อธิบดี สกร. พบปะทักทาย ให้กำลังใจ และมอบแนวทางการพัฒนาหลักสูตรศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
- ข่าวการศึกษา
- อธิบดี สกร. พบปะทักทาย ให้กำลังใจ และมอบ...
อธิบดี สกร. พบปะทักทาย ให้กำลังใจ และมอบแนวทางการพัฒนาหลักสูตรศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เชื่อมระบบ Credit Bank ยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิต
2026-03-10 07:59:10

วันที่ 9 มีนาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) พบปะทักทาย ให้กำลังใจ และมอบแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้เข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำหลักสูตรของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา” ณ ห้องประชุมนิวเคลียส ชั้น 7 อาคาร 4 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยมี ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ผู้บริหารและบุคลากรจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ รวม 20 แห่ง จำนวนกว่า 70 คน เข้าร่วม ระหว่างวันที่ 9 – 10 มีนาคม 2569 เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและแนวทางการจัดทำหลักสูตรและโปรแกรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกันทั่วประเทศ
โอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้กล่าวทักทายและแสดงความขอบคุณบุคลากรทุกคนที่มาร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจของ สกร. พร้อมเน้นย้ำว่าการทำงานร่วมกันในครั้งนี้จะส่งผลดีโดยตรงต่อทั้งนักศึกษาและบุคลากร ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่มุ่งสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตจริงของผู้เรียน
ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ในครั้งนี้ คือการสร้าง “ร่องรอยหลักฐานของการเรียนรู้” ที่สามารถเชื่อมโยงและตรวจสอบได้อย่างเป็นระบบ โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการออกใบประกาศนียบัตรหรือใบแสดงผลการเรียนในรูปแบบเดิม แต่ต้องก้าวสู่ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ที่สามารถถ่ายโอนผลการเรียนรู้ได้ในอนาคต ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน ทั้งจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้คุณวุฒิ เพื่อร่วมกันทำ Workshop วิเคราะห์หลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีอยู่จริง
ทั้งนี้ เพื่อพิจารณาว่าหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567 มีส่วนใดที่สอดคล้องกัน หรือควรพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงและถ่ายโอนผลการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อธิบดี สกร. ยังได้เน้นย้ำว่า “การถ่ายโอนหลักสูตรไม่ใช่ภาระของนักศึกษา แต่เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของพวกเรา” ที่จะต้องออกแบบระบบการเรียนรู้ให้ผู้เรียนไม่เสียสิทธิ์ โดยเฉพาะการให้คุณค่ากับ “วิชาชีวิต” หรือประสบการณ์การเรียนรู้จากการลงมือทำจริง ซึ่งควรถูกนำกลับมานับเป็นเครดิตสะสมได้ พร้อมกันนี้ ยังได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้และการประเมินผล โดยเสนอให้ก้าวข้ามข้อจำกัดของการแบ่งรายวิชาแบบเดิม เพราะในชีวิตจริงความรู้ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือภาษาอังกฤษ ล้วนถูกนำมาใช้ร่วมกันอย่างบูรณาการในชีวิตประจำวัน หรือที่เรียกว่า Literacy จึงควรเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะ Upskill Reskill และ New Skill อย่างยืดหยุ่นตามบริบทของโลกยุคปัจจุบัน
ในด้านการประเมินผล อธิบดี สกร. ยังเสนอให้ปรับแนวทางจากการวัดผลแบบเส้นตรงที่ตัดสินผู้เรียนด้วยข้อสอบเพียงมิติเดียว ไปสู่การประเมินแบบองค์รวม โดยส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านโครงงาน (Project-based Learning) ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและปลูกฝังการคิดแบบนักวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิต
ภายในเวทีอบรม ยังมีการแลกเปลี่ยนแนวคิดจากผู้เชี่ยวชาญ โดย ดร.สมเกียรติ ยังจีน จากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาระบบเทียบโอนผลการเรียนรู้ หรือ Credit Mapping ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างหลักสูตรของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กับกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดำเนินการในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ
โดยกระบวนการดำเนินงานจะเริ่มจากการรวบรวมหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งหมด จากนั้นจึงดำเนินการ “แมปปิ้ง” (Mapping) หรือการจับคู่ข้อมูลที่มีเนื้อหาสอดคล้องกัน หากกิจกรรมใดมีความเชื่อมโยงกับสาระของหลักสูตร ก็สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในการรับรองผลการเรียนรู้ได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้ระบบการฝาก ถอน และการเทียบโอนหน่วยกิตมีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในช่วงท้าย อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้กล่าวให้กำลังใจและชื่นชมความตั้งใจของบุคลากรทุกคน พร้อมย้ำว่า“ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา คือศูนย์ที่สร้างแรงบันดาลใจและพลังในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ของสังคม”
จึงขอให้ทุกคนภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง และร่วมกันทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างโอกาสและแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ที่ไม่มีวันหมดอายุให้กับนักศึกษาและประชาชนทุกช่วงวัยต่อไป