สกร. มุ่งแก้ปัญหาเด็กนอกระบบ พัฒนาแพลตฟอร์ม “DOLEdemy” ผสานโมเดล “DOLE OOSCY Platform”

สกร. มุ่งแก้ปัญหาเด็กนอกระบบ พัฒนาแพลตฟอร์ม “DOLEdemy” ผสานโมเดล “DOLE OOSCY Platform” เปลี่ยนชีวิตเยาวชนไทย สู่การเรียนรู้และอาชีพอย่างยั่งยืน
2026-03-12 07:19:33
img-news
วันที่ 11 มีนาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) พบปะให้กำลังใจและมอบแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ปีการศึกษา 2568 ระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 3 ณ ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายพิเศษ เพื่อยกระดับกระบวนการสำรวจ ค้นหา และให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เข้าถึงโอกาสการเรียนรู้อย่างแท้จริง โดยยึดแนวทางการทำงานเชิงรุก “ค้นหาจนพบตัว – ช่วยเหลือจนถึงที่สุด” ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า สกร. ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม DOLE Zero Dropout เพื่อเป็นกลไกกลางในการค้นหา ตรวจสอบ และติดตามเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาอย่างเป็นระบบ พร้อมนำบทเรียนความสำเร็จจาก “บุรีรัมย์โมเดล” มาปรับใช้ในการดำเนินงาน โดยกำหนดนิยามการสำรวจที่ชัดเจนทั้งกรณี “พบตัว” และ “ไม่พบตัว” เพื่อให้ข้อมูลสะท้อนสภาพจริงของพื้นที่ และนำไปสู่การวางแผนช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด ทั้งด้านการศึกษา ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต
สำหรับแนวทางการดูแลเด็กและเยาวชนที่ค้นพบจากระบบข้อมูลดังกล่าว สกร. ได้วางรูปแบบการช่วยเหลือออกเป็น สองแนวทางสำคัญ ได้แก่
• กลุ่มที่ต้องการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา สกร. จะประสานโรงเรียนในพื้นที่หรือสถานศึกษาในสังกัด เพื่อส่งเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา พร้อมติดตามและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
• กลุ่มที่ไม่ประสงค์กลับเข้าเรียนในระบบปกติ สกร. จะออกแบบการเรียนรู้ทางเลือกที่เน้นการพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน โดยสามารถนำประสบการณ์การเรียนรู้มาเทียบโอนเป็นคุณวุฒิผ่านระบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ได้ในอนาคต รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีที่ต้องการการดูแลด้านสังคมและจิตใจ
นอกจากนี้ สกร. ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์มเสริม “DOLE OOSCY Platform” เพื่อรองรับการเรียนรู้ของเยาวชนที่ไม่ต้องการเรียนต่อในระบบปกติ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะอาชีพและการเสริมสร้างศักยภาพชีวิตผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน ผู้เรียนสามารถเลือกสาขาอาชีพที่สนใจผ่านระบบ จากนั้นหน่วยงานในพื้นที่ เช่น สถานศึกษา หรือศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ จะทำหน้าที่ประสานผู้เชี่ยวชาญ ปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้ประกอบการในท้องถิ่นมาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ พร้อมกระบวนการรับรองสมรรถนะจากสถานประกอบการ และการอนุมัติจบหลักสูตรจากสถานศึกษา เพื่อออกใบรับรองหรือคุณวุฒิสำหรับใช้ประกอบอาชีพได้จริง
อธิบดี สกร. กล่าวเน้นย้ำว่า
“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการค้นหาเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาให้พบตัว แต่คือการลงมือเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา ให้กลับมามีโอกาสและมีอนาคตที่มั่นคง”
พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำให้บุคลากร สกร. ทุกระดับทำงานเชิงรุกในการค้นหาและดูแลเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมตามบริบทของแต่ละพื้นที่ และสามารถเชื่อมโยงสู่การศึกษา การพัฒนาทักษะ และการมีอาชีพได้อย่างยั่งยืน
ในตอนท้าย ดร.เกศทิพย์ ได้กล่าวให้กำลังใจครูและบุคลากรของ สกร. ทั่วประเทศ ที่ทุ่มเททำงานเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนไทย พร้อมย้ำว่าการขับเคลื่อนภารกิจ “Zero Dropout” จะเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน.
0:00
0:00
/
0:00
0:00
/
0:00