สอศ. ผนึก สมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย ยกระดับพร้อมพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา
- ข่าวการศึกษา
- สอศ. ผนึก สมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรม...

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายให้ นายราตรีสวัสดิ์ ธนานันต์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการยกระดับและพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาด้านศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์และสิ่งทอ กับสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย (โดยนายกิตติ (เอ็ดเวิร์ด) ประทีปนาฎศิริ นายกสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย) ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 1 สอศ.
นายราตรีสวัสดิ์ ธนานันต์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การลงนามความร่วมมือบันทึกความเข้าใจมีระยะเวลา 3 ปี โดยจะร่วมกันพัฒนาและยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาด้านศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์และสิ่งทอ ให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนที่มีทักษะขั้นสูง มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถสร้างนวัตกรรม ส่งเสริมและต่อยอดพลังทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ผ่านการพัฒนาและเผยแพร่ผ้าไหมไทยในฐานะทุนทางวัฒนธรรมสู่ระดับสากลให้กับครู และนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยการนำองค์ความรู้ด้านการออกแบบ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหม และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจ สีเขียว โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาและภาคอุตสาหกรรมผ้าไหม และการออกแบบพัสตราภรณ์และสิ่งทอโดยยึดหลักการพัฒนากำลังคนที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน และให้ภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญในการร่วมกำหนดทิศทางการจัดการศึกษา
ด้าน นายกิตติ (เอ็ดเวิร์ด) ประทีปนาฎศิริ นายกสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายในการยกระดับการจัดการอาชีวศึกษา โดยเฉพาะสาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์และสิ่งทอ ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม รวมทั้งการนำทุนทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะผ้าไหมไทย ซึ่งเป็นอัตลักษณ์สำคัญของชาติ มาต่อยอดเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองหน่วยงานได้กำหนดแนวทางดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ดังนี้ 1.การพัฒนาหลักสูตร โดยร่วมกันออกแบบและปรับปรุงหลักสูตรด้านสิ่งทอและแฟชั่น บูรณาการองค์ความรู้ด้านศิลปะ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาผ้าไหมไทย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2. การพัฒนากำลังคน มุ่งยกระดับทักษะของครู และนักเรียน นักศึกษา ให้มีสมรรถนะทั้งด้านการออกแบบ การผลิต และการสร้างนวัตกรรม รวมถึงการเปิดโอกาสให้ได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในสถานประกอบการจริง โดยภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด 3. การวิจัยและพัฒนา โดยส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่กับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว 4. การส่งเสริมอัตลักษณ์และ Soft Power ไทย โดยสนับสนุนการออกแบบผ้าไหมไทยให้มีความร่วมสมัย และผลักดันสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติ ผ่านกิจกรรม เช่น การจัดนิทรรศการ การแสดงผลงาน และแฟชั่นโชว์ 5. การพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ ทั้งด้านการสร้างแบรนด์ การตลาด และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาสามารถต่อยอดสู่อาชีพและการเป็นผู้ประกอบการได้จริง และ6. ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิตอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสนับสนุนชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยส่งเสริมการทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชน และนำองค์ความรู้ด้านอาชีวศึกษาไปใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ให้กับชุมชนผู้ผลิตผ้าไหม