รมว.ศธ.ประเสริฐ ถก กกส. เร่งเครื่องยกระดับการศึกษาไทยสู่สากล ปักหมุดเมืองแห่งการเรียนรู้
- ข่าวการศึกษา
- รมว.ศธ.ประเสริฐ ถก กกส. เร่งเครื่องยกระ...

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมสภาการศึกษา ครั้งที่ 1/2569 โดยมี คณะกรรมการสภาการศึกษา พร้อมด้วย รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา และคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต ชั้น 2 อาคาร 2 สกศ. ควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษาพิจารณาเห็นชอบเรื่องสำคัญเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ดังนี้ 1) (ร่าง) ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาคนไทยตลอดช่วงชีวิต ผ่าน 4 แนวทาง ได้แก่ เมืองพร้อมเรียนรู้ เมืองร่วมขับเคลื่อน เมืองสร้างทักษะและอาชีพ เมืองมีวัฒนธรรมการเรียนรู้ โดยจะมีการวางยุทธศาสตร์และสร้างเครือข่ายขับเคลื่อน การลงพื้นที่และวิจัยต้นแบบการพัฒนาเมือง การพัฒนาเครื่องมือและองค์ความรู้ ตลอดจนจัดทำข้อเสนอฯ รับฟังเสียงสังคมเพื่อเตรียมขยายผล พร้อมผลักดันบรรจุเป็นวาระแห่งชาติเพื่อสร้าง “ชาติแห่งการเรียนรู้” (Learning Nation) ตลอดจนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาการพัฒนากฎหมาย ระเบียบ หรือแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบูรณาการงบประมาณและทรัพยากรเพื่อสนับสนุนสถานศึกษาและหน่วยงานในพื้นที่ รวมทั้งกำหนดมาตรการจูงใจทางภาษีเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และให้ สกศ. ศึกษาแนวทางสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในรูปแบบเครดิตการเรียนรู้ผ่านแอปพลิเคชันของรัฐ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกเรียนรู้ได้ตามความสนใจพร้อมเชื่อมโยงผลการเรียนรู้เข้าสู่ระบบธนาคารหน่วยกิตและบัญชีสะสมการเรียนรู้ตลอดชีวิตรายบุคคล (Lifelong Learning Account)
2) (ร่าง) มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. .... ซึ่งมีผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา 3 ด้าน คือ ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learner) ผู้สร้างคุณค่าและนวัตกรรม (Value and Innovative Creator) และพลเมืองที่มีจริยธรรม (Ethical Citizen) ครอบคลุมทั้งปฐมวัย วัยเรียนวัยรุ่น วัยทำงาน และวัยสูงอายุ โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพคนไทย 4.0 PLUS ที่มีศักยภาพในการพัฒนาประเทศ 4 มิติ ได้แก่ การเพิ่มผลิตภาพการทำงานและนวัตกรรม (Productivity) คุณภาพชีวิตที่ดีและอายุยืนยาว (Longevity) การพัฒนาประเทศสู่ระดับสากล (Universality) และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งมีแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ 2 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. การจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองผู้เรียนและการเปลี่ยนแปลง และ 2. ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับเทียบเคียงในการจัดการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษาให้มีผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ ตอบสนองการเปลี่ยนแปลง และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตต่อไป 3) ผลการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในช่วงปี พ.ศ. 2560 – 2568 สกศ. ได้ทำการประเมินตามเป้าหมายการพัฒนาการศึกษา 5 ด้าน คือ การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา (Access), ความเท่าเทียมทางการศึกษา (Equity), คุณภาพการศึกษา (Quality), ประสิทธิภาพ (Efficiency) และ การตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy) ซึ่งผลการดำเนินงานภาพรวมมีพัฒนาการเชิงบวก โดยสัดส่วนการบรรลุเป้าหมายเพิ่มขึ้น 40% ในระยะที่สอง สัมฤทธิผลโดดเด่นที่สุดคือ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่เปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล (HRMS และ E-SAR) การขยายตัวของพื้นที่นวัตกรรม และการระดมทรัพยากรจากภาคีเครือข่ายที่สูงกว่าเป้าหมาย สู่ข้อเสนอ 5 ทิศทางนโยบายเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดผ่านการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณแบบมุ่งเป้า การบูรณาการ Big Data การยกระดับสมรรถนะครู การขยายผลพื้นที่นวัตกรรม และระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตเชื่อมโยง Credit Bank เปลี่ยนการสอบเป็นการรับรองสมรรถนะวิชาชีพ โดยมีเป้าหมายเร่งด่วนในการปฏิรูปครึ่งหลังของแผนฯ ที่ต้องมุ่งเน้นหลักสูตรฐานสมรรถนะ การบูรณาการฐานข้อมูลอัจฉริยะ และการกระจายอำนาจสู่พื้นที่เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้เรียนในระดับสากลอย่างยั่งยืน
4) การประเมินผลการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดย สกศ. ได้ดำเนินการศึกษา ระดมรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และประเมินอย่างรอบด้านตามกรอบ OECD’s 6 Criteria Model ชี้ให้เห็นว่ากฎหมายเดิมมีความเข้มแข็งด้านหลักการและมีผลต่อการวางรากฐานการปฏิรูป แต่ยังต้องยกระดับกลไกเชิงระบบให้เชื่อมคุณภาพ ความเสมอภาค ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นการยกระดับกลไกกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ให้ตอบโจทย์บริบทปัจจุบัน ควรมีลักษณะสำคัญคือ เป็นกฎหมายฐานสิทธิที่มีหลักประกันจริง ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือนโยบายที่เชื่อมเป้าหมายกับผลลัพธ์ผู้เรียน และเป็นสถาปัตยกรรมเชิงสถาบันที่ทำให้ระบบการศึกษาทำงานได้จริง โดยต้องวางความสัมพันธ์เชื่อมผลลัพธ์ผู้เรียน กลไกข้อมูล งบประมาณ และการประเมินผลเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน สถานศึกษา และระบบการศึกษาในอนาคต
5) การประเมินผลกลไกการยกระดับการทดสอบ PISA 2025 และข้อเสนอในการเตรียมความพร้อมการสอบ PISA 2029 สกศ. ได้ทำการติดตามและประเมินผลแนวทางการยกระดับ PISA ที่มีลักษณะ Time Series ตั้งแต่ปี 2018 – 2025 ควบคู่กับการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ PISA 2029 มีความพิเศษเนื่องจากกรอบการประเมินของ OECD จะให้ความสำคัญกับทักษะการอ่าน (Reading) เป็นสมรรถนะหลัก และความรู้เท่าทันสื่อและปัญญาประดิษฐ์ (Media and AI Literacy: MAIL) ซึ่งสะท้อนความจำเป็นในการวิเคราะห์และใช้สื่อกับ AI อย่างรู้เท่าทันในโลกดิจิทัล สกศ. จึงได้จัดทำข้อเสนอการยกระดับผลการทดสอบ PISA 2029 ผ่าน 4 กลไกหลัก ได้แก่ 1) กลไกยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลร่วม 2) กลไกการจัดการเรียนรู้และการประเมินสมรรถนะด้านการอ่านและ MAIL 3) กลไกข้อมูลและการสนับสนุนแบบมุ่งเป้า 4) กลไกวัฒนธรรม แรงจูงใจ และการมีส่วนร่วมของผู้เรียน โดยกำหนดเป็นหมุดหมายการดำเนินงานรายปี (พ.ศ. 2569 – 2572) เริ่มจากการวางระบบ ไปสู่การขับเคลื่อนในห้องเรียน และเตรียมความพร้อมเข้าสู่การประเมินจริง 6) การประเมินผลเชิงลึกทางการศึกษา (Technical Reviews) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้เร่งจัดทำ OECD/EDPC Policy Questionnaire ฉบับสมบูรณ์ให้ทันภายในวันที่ 11 กันยายน 2569 พร้อมเตรียมเข้าร่วมประชุม EDPC และ CERI ซึ่งมีความสำคัญต่อเนื่องของกระบวนการ Technical Reviews ทั้งหมด โครงสร้างแบบสอบถามจะเป็น 5 หมวด รวมคำถาม 131 ที่เน้นเกี่ยวกับภาพรวมระบบการศึกษา การศึกษาปฐมวัย การศึกษาระดับโรงเรียน การอุดมศึกษา ทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเสนอแผนปฏิบัติการแบบหมุดหมาย พ.ศ. 2569 – 2571 วางเส้นทางดำเนินงานและดำเนินการติดตามผลเพื่อนำเสนอต่อ EDPC โดยเน้นปัจจัยสนับสนุน 4 ประการ ได้แก่ ความครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูล ความเป็นเอกภาพของคำตอบประเทศไทย ความต่อเนื่องของการเข้าร่วมเวที OECD และการใช้ผลการประเมินให้เดประโยชน์เชิงนโยบาย
จากนั้นที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานของ สกศ. ได้แก่ 1) ผลการต่อยอดการขับเคลื่อนเพื่อเสริมสร้างชุดทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต (Essential Future Skills Set) ของเยาวชนไทย ผ่าน 2 นวัตกรรมการเรียนรู้ OEC Hackathon และบอร์ดเกม Story POP ซึ่งจะนำไปขยายผลการขับเคลื่อนนวัตกรรมการเรียนรู้ต่อไป 2) ความก้าวหน้าการดำเนินงานทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2568 – 2570 ได้มีการสื่อสารสาระสำคัญเพื่อสร้างการรับรู้ร่วมกันผ่านการเผยแพร่ประกาศฉบับประชาชน จัดเวทีความเข้าใจ และเวทีนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ThaiCER พร้อมบูรณาการร่วมกับ สกสว. ในร่างกรอบแผนด้าน ววน. ประเด็นการพัฒนาทุนมนุษย์ 3) ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวฒิแห่งชาติและธนาคารหน่วยกิต ได้มีการขยายพื้นที่ขับเคลื่อนไปยังจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมจัดทำแผนดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัด พ.ศ. 2570 – 2574 และส่งเสริมสถานศึกษาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 4) (ร่าง) ทิศทางการพัฒนาศักยภาพคนไทย ได้ปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องทันต่อสถานการณ์และมีความสมบูรณ์มากขึ้น และเตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป 5) ความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD (TH20ECD) การประชุมคณะกรรมการนโยบายการศึกษา (EDPC) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตอบรับเชิญเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย รวมถึงมอบหมายและอนุมัติการเดินทางของเลขาธิการสภาการศึกษา เดินทางเข้าร่วมประชุมภายใต้ OECD และ EDPC 6) การขับเคลื่อนแนวคิดการทูตเพื่อการศึกษา (Education Diplomacy) ผ่านโครงการประชุมโต๊ะกลมไทย-รัสเซีย (RTRT) มีการขยายความร่วมมือมากขึ้น โดยประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุม RTRT 2026 ในเดือนธันวาคม 2569 7) เตรียมการเป็นเจ้าภาพการประชุมวิชาการและการนำเสนอผลงานวิชาการระดับนานาชาติของสมาคมระหว่างประเทศเพื่อการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษานานาชาติ (IEA IRC 2027) ในเดือนมิถุนายน 2570 8) รายงานการถอดบทเรียนตัวอย่างความสำเร็จของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ Future School Transformation 3R & Makerspace ซึ่งได้มีการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ของผู้เรียน เพื่อนำไปประกอบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องต่อไป