‘ครูนิ่ม’ ยื่นหนังสือร้องเรียน ศธ.รับอุ่นใจหลังคุยรัฐมนตรีช่วย ด้าน ‘อัครนันท์’ ยืนยัน ให้ความเป็นธ...

‘ครูนิ่ม’ ยื่นหนังสือร้องเรียน ก.ศึกษาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงบรรจุข้าราชการครู รับ รู้สึกอุ่นใจหลังคุยรัฐมนตรีช่วย ด้าน ‘อัครนันท์’ ยืนยัน ให้ความเป็นธรรม บอกขอตรวจสอบให้ทุกฝ่ายเป็นที่ยอมรับ ก่อนเสนอแนวทางเยียวยา-ช่วยเหลือ
2026-06-29 14:24:31
img-news

เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่รัฐสภา น.ส.ชณัฐดา วรสาร (ครูนิ่ม) เดินทางมายังรัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กรณีขอความเป็นธรรม และขอให้ตรวจสอบประเด็นเกี่ยวกับการตรวจสอบ และบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ (สพม.สมุทรปราการ) หลังเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกอันดับที่ 1 ก่อนถูก สพฐ. แจ้งว่ามีการตรวจข้อสอบใหม่ส่งผลให้ตกไปอยู่อันดับที่ 2 ทั้งที่มีหนังสือเรียกตัวเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งเข้ารับราชการแล้ว โดยมีนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นผู้รับหนังสือ

นายอัครนันท์ กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือว่า เรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการมีความห่วงใยและพยายามแก้ไขปัญหา เข้าใจถึงความรู้สึกของครูนิ่ม ซึ่งเรื่องนี้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการได้กำชับมาว่าต้องจัดการเรื่องนี้ให้ดี ต้องให้ความยุติธรรม ส่วนแนวทางการเยียวยาสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีการตรวจสอบก่อน โดยต้องให้กระบวนการตรวจสอบมีความชัดเจน และเป็นที่ยอมรับ ซึ่งเราอาจต้องนำข้อสอบมากางดู และมีคณะกรรมการที่มีความน่าเชื่อถือมาตรวจสอบเพื่อให้คุณครูมีความสบายใจว่าการตรวจข้อสอบมีความเป็น กลางถูกต้องและแม่นยำ เพราะถ้ากระบวนการตรวจสอบไม่ถูกต้อง หรือมีความไม่ชัดเจนคุณครูก็อาจไม่ยินยอมเพื่อเข้าสู่กระบวนการเยียวยา ขั้นตอนแรกต้องทำให้ได้ก่อน จากนั้นขั้นตอนต่อไป คือ จะเยียวยาคุณครูอย่างไร จำนวนเงินกี่บาท ซึ่งทาง สพม.สมุทรปราการ มีแนวทางที่จะนำครูกลับไปสอน ถือเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วย และมีอีกหลายแนวทางให้คุณครูมีทางเลือก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการตรวจสอบในขั้นตอนแรกต้องโปร่งใส และชัดเจนก่อน

เมื่อถามว่า มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าผิดพลาดจากส่วนใด นายอัครนันท์ กล่าวว่า เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเซนซิทีฟ ตนเข้าใจว่าพอเรื่องนี้มีการผิดพลาด ทำให้ประชาชนไม่เกิดความเชื่อใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรเพื่อให้คุณครู และอีกหลายคนเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบก่อน ถ้าตรวจสอบแล้วมีความผิดพลาดจริง จะเป็นเรื่องของสพฐ.ที่จะช่วยเหลือและเยียวยา

  ด้านนายพิเชฐ กล่าวว่า รัฐมนตรีกำชับว่าเรื่องการบริหารบุคคล จะต้องดูแลให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย โปร่งใสตรวจสอบได้ ห้ามมีเรื่องทุจริต พอมีข่าวขึ้นมา เราได้ย้ำอำนวยการเขตการศึกษาทุกคนจะต้องระมัดระวัง เพราะจะมีการสอบตำแหน่งครูผู้ช่วยในวาระปกติ แต่ในส่วนของคุณครูนิ่มเป็นกรณีการจัดสอบบรรจุตำแหน่งครูผู้ช่วยในกรณีพิเศษ คือ เป็นครูอัตราจ้างมากกว่า 3 ปีขึ้นไป ซึ่งในอนาคตจะมีการสอบสนามใหญ่ สอบผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการเขตการศึกษา ซึ่งทุกอันถือเป็นต้นน้ำของการเจริญก้าวหน้าเรื่องการศึกษา เพราะเราต้องการได้คนดีคนเก่ง และเข้ามาในระบบอย่างถูกต้อง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นเราต้องเร่งตรวจสอบ และต้องให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเร่งตรวจสอบ เช่น มหาวิทยาลัยที่ทำการออกข้อสอบ ให้กระทรวงศึกษาธิการซึ่งมีหลายมหาวิทยาลัยที่มาออกข้อสอบ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต หรือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จะต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ทำอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำว่า ต่อไปนี้จะเลือกใครมาออกข้อสอบต้องดูให้ดี ซึ่งเรื่องของครูนิ่มหากมีการตรวจสอบแล้วก็จะได้ข้อสรุป และมีทางออกในการดูแลเยียวยาทั้งระยะสั้นกลางและยาว โดยเรื่องนี้จะพูดคุยด้วยความเป็นธรรมแบบไม่มีอคติ 

เมื่อถามว่า เรื่องของระเบียบการประกาศรายชื่อแล้วสามารถกลับมาแก้ย้อนหลังได้หรือไม่ นายพิเชฐ กล่าวว่า ต้องไปดูข้อเท็จจริง เพราะมหาวิทยาลัยสวนดุสิตเป็นผู้รับผิดชอบการออกข้อสอบ และประมวลผลในครั้งนี้ ได้รับการร้องขอจากบุคคลหนึ่งที่เข้าสอบที่ต้องการขอดูคะแนน และเมื่อตรวจสอบแล้วหากพบว่าคะแนนมีความคลาดเคลื่อนทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิตจึงมีการประมวลคะแนนใหม่ ส่งผลให้ลำดับมีการเปลี่ยนแปลงและเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการ น้อมรับความผิดที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะแก้ไข ปรับปรุง เยียวยา 

ทั้งนี้ นายอัครนันท์ กล่าวว่า ระยะเวลาการตรวจสอบต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด ช้าไม่ได้ เพราะคุณครูนิ่มได้ลาออกแล้ว คาดว่าใช้เวลา 2-3 สัปดาห์จะต้องมีคำตอบที่ชัดเจน

ขณะที่ น.ส.ชณัฐดา กล่าวว่า ตนที่เป็นผู้สอบ ยืนยันทำตามกระบวนการที่ถูกต้องทุกอย่าง ที่ทางเขตได้ให้ไปสมัครสอบ จนถึงสัมภาษณ์ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบตามที่ทางเขตได้ประกาศออกมาทุกอย่าง  ส่วนเมื่อเช้าที่ไปคุยกับสพม.สมุทรปราการเขาพยายามจะยื่นข้อเสนอ ซึ่งเขาได้ชี้แจงก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ในกระบวนการตนเป็นแค่ผู้สอบ ไม่ได้มีอำนาจหรือรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในกระบวนการนั้น และเขาก็พูดถึงกระบวนการเยียวยาที่เขาเสนอว่าจะไปทำงานกับเขาหรือไม่ หรือว่าจะให้เขาบริจาคเงินให้กับโรงเรียนที่เราต้องการจะไปทำงานด้วย แต่ว่าทั้งหมดตนอยากได้กระบวนการที่ตรวจสอบที่มันถูกต้อง และไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ยอมรับได้ แต่ขอให้ผ่านกระบวนการที่ตรวจสอบที่ถูกต้องเพื่อให้ปรากฏความจริงตรงนี้ก่อน

เมื่อถามว่า โอกาสที่เราเสียไปกับข้อผิดพลาดตรงนี้มีอะไรบ้าง น.ส.ชณัฐดา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น ว่า ตั้งแต่ที่รับรู้ว่าตัวเองสอบได้ลำดับที่ 1 ก็มีการเตรียมตัวลาออกจากงานเดิมทันที และได้ไปติดต่อห้องพัก หอพักเพื่อทำการเตรียมตัวให้พร้อมในการบรรจุข้าราชการครู เพื่อเป็นครูที่ดี ก็ทำหน้าที่แม่พิมพ์ของชาติให้ดีที่สุด และตนก็ตัดชุด และได้รับการแสดงความยินดีจากทางญาติ พี่น้องและเพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงทางโรงเรียนเดิมที่เขาให้ตนกล่าวอำลาโรงเรียนไปแล้ว

เมื่อถามถึง กรณีปัญหาการจัดสอบข้าราชการท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในขณะนั้นคล้ายคลึงกับปัญหาของตนหรือไม่ น.ส.ชณัฐดา  กล่าวว่า ตอนนี้อยากให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีกระบวนการตรวจสอบให้ เพื่อความถูกต้องจึงออกมาก่อน ซึ่งเราพร้อมที่จะให้ความยุติธรรมกับทุกคน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่ขอให้ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่มันถูกต้อง

น.ส.ชณัฐดา  กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้คุย กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็รู้สึกอุ่นใจ และสบายใจขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเขาพูดกับเรามาจะเป็นจริงหรือไม่จริงอย่างไร และท่านก็ยังมีเมตตา มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับครูอัตราจ้างตัวเล็กๆ ที่กำลังจะเตรียมตัวเข้าไปบรรจุข้าราชการ 

0:00
0:00
/
0:00
0:00
/
0:00