อธิบดี สกร. ศึกษาต้นแบบ “Tokyo Ryoin” ศูนย์สุขภาวะแบบองค์รวมของ MOA ประเทศญี่ปุ่น
- ข่าวการศึกษา
- อธิบดี สกร. ศึกษาต้นแบบ “Tokyo Ryoin” ศู...
อธิบดี สกร. ศึกษาต้นแบบ “Tokyo Ryoin” ศูนย์สุขภาวะแบบองค์รวมของ MOA ประเทศญี่ปุ่น รับฟังผลวิจัย “ศิลปวัฒนธรรมเพื่อการเยียวยาจิตใจ” ต่อยอดการเรียนรู้เพื่อสุขภาวะของประชาชน
2026-07-08 08:23:09

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วย นางสาววัชรีวรรณ กันเดช รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นางวิบูลผล พร้อมมูล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชลบุรี และคณะเลขานุการอธิบดี เดินทางเยี่ยมชม Tokyo Ryoin ศูนย์สุขภาวะแบบองค์รวม (Wellness Center for the Mind, Body and Heart) ของ MOA International ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมสุขภาวะควบคู่กับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนรับฟังผลการวิจัยด้านศิลปวัฒนธรรมเพื่อการเยียวยาจิตใจ เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อยอดการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)โดยคณะได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารของ MOA โดย คุณอิโตะ กล่าวต้อนรับพร้อมแนะนำวัฒนธรรมญี่ปุ่นในช่วง เทศกาลทานาบาตะ ซึ่งตรงกับวันที่ 7 กรกฎาคม โดยเล่าถึงประเพณีการเขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษ “ทันซาคุ” แล้วนำไปแขวนบนกิ่งไผ่ เพื่อขอพรให้ความปรารถนาเป็นจริง อันสะท้อนถึงคุณค่าของความหวัง กำลังใจ และการใช้วัฒนธรรมในการหล่อหลอมคุณภาพชีวิตของผู้คน จากนั้น คณะได้รับฟังการบรรยายจากผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับสถานการณ์ของประเทศญี่ปุ่นที่กำลังก้าวสู่ สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2040 ประชากรกว่า 35% จะมีอายุเกิน 65 ปี ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบแรงงานและระบบสาธารณสุข จึงมีการปรับแนวคิดจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย (Cure) ไปสู่การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (Care & Prevention) ผ่านการสร้างองค์ความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และปลูกฝังการดูแลสุขภาพตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับ “ความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชน” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ช่วยลดปัญหาความโดดเดี่ยว ความเครียด และภาวะซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คณะยังได้เยี่ยมชมรูปแบบการดำเนินงานของ Tokyo Ryoin ซึ่งบูรณาการการดูแลสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ โปรแกรมอาหารเพื่อสุขภาพจากเกษตรธรรมชาติ ร้านอาหารและคาเฟ่ออร์แกนิก การบำบัดเพื่อเสริมสร้างสมดุลของร่างกาย กิจกรรมศิลปะและพิธีชงชา โปรแกรมออกกำลังกาย การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต คลินิกฝังเข็มและชิอัตสึ โปรแกรมดูแลสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงตลาดผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ซึ่งล้วนสะท้อนแนวคิดการสร้างสุขภาวะผ่านวิถีชีวิตและการเรียนรู้
นอกจากนี้ อธิบดีและคณะยังได้รับฟังการนำเสนอ ผลการวิจัยด้าน “ศิลปวัฒนธรรมกับการเยียวยาจิตใจ” ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ศิลปะ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และกิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาวะของประชาชน โดยการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสความงามผ่านการจัดดอกไม้ การชื่นชมธรรมชาติ งานศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ และกิจกรรมที่กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 สามารถช่วยลดความเครียด สร้างความผ่อนคลาย กระตุ้นการทำงานของสมอง และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองผลการศึกษายังพบว่า การจัดดอกไม้เพื่อการบำบัด สามารถช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ป่วยและผู้ดูแล เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และส่งเสริมให้ผู้ป่วยเกิดความเชื่อมั่นในการพึ่งพาตนเองมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองก็สามารถปรับบทบาทจากการปกป้องมากเกินไป สู่การเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้และเติบโตด้วยตนเอง
อีกทั้ง ยังมีการนำเสนอกรณีศึกษาการใช้ศิลปะและการจัดดอกไม้ในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความสงบ มีความหวัง และเห็นคุณค่าของช่วงเวลาที่เหลืออยู่ รวมถึงการนำกิจกรรมดังกล่าวไปใช้เยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น โดยจัดกิจกรรมมากกว่า 90 ครั้ง ดูแลผู้ประสบภัยกว่า 3,000 คน สะท้อนให้เห็นว่า ศิลปวัฒนธรรมสามารถเป็นพลังสำคัญในการฟื้นฟูจิตใจและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในภาวะวิกฤติได้อย่างเป็นรูปธรรม
การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นการตอกย้ำและกระชับความร่วมมือในฐานะ “ภาคีเครือข่ายร่วมพัฒนา” ระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และ MOA International ภายหลังการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการส่งเสริมสุขภาวะชุมชนและการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยที่ผ่านมา สกร. ได้นำความร่วมมือไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการพัฒนาบุคลากรด้านเกษตรธรรมชาติในพื้นที่ทั่วประเทศ
การหารือครั้งนี้จึงมุ่งกำหนดกรอบความร่วมมือ (Roadmap) เพื่อยกระดับจากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยผสานองค์ความรู้ระดับสากลของ MOA เข้ากับเครือข่ายการเรียนรู้ของ สกร. เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งความสุขและสุขภาวะชุมชนที่ยั่งยืน พร้อมขยายองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) สู่ประชาชนในระดับฐานรากอย่างทั่วถึง
ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า การศึกษาดูงานและการรับฟังผลการวิจัยครั้งนี้ทำให้เห็นว่า การเรียนรู้ สุขภาวะ และศิลปวัฒนธรรม สามารถบูรณาการเป็นพลังเดียวกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ศิลปะและวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อความสุนทรีย์ แต่เป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจ เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว สร้างความเข้มแข็งของชุมชน และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่ง สกร. สามารถนำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดการพัฒนาห้องสมุดประชาชน ศูนย์การเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศ ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทั้งองค์ความรู้ ทักษะชีวิต สุขภาวะ และความสุขของประชาชนทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อความสุขและสุขภาวะที่ดีของประชาชน” อย่างยั่งยืน